ประเภทของ Cleansing

เราจะแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดผิวได้ดังนี้ โดยเรียงลำดับจากเนื้อผลิตภัณฑ์ตัวที่บางเบาที่สุดไปหาตัวที่เข้มข้นที่สุด
Cleansing sheet
Cleansing Water
Cleansing Gel

Cleansing Milk / Cleansing Lotion
Cleansing Cream
Cleansing Oil
ผลิตภัณฑ์ชนิดที่ 1: Cleansing sheet

มีลักษณะเหมือนทิชชูเปียก หรือ Baby wipe ทั่วไป แต่แตกต่างกันตรงที่มีส่วนประกอบเป็นตัวทำความสะอาดเครื่องสำอาง (ถ้าเป็น Baby wipe ส่วนประกอบจะเป็นน้ำ และผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื่นและป้องกันการระคายเคือง)

เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน คือแค่ดึง Cleansing sheet เช็ดๆหน้า ผิวก็จะสะอาดจากเครื่องสำอาง สามารถไปล้างหน้าด้วยโฟมต่อได้เลย เหมาะกับการพกพาไปใช้นอกสถานที่ หรือการเดินทาง รวมถึงเอาไว้ใช้ในการซ่อมแซมเครื่องสำอาง เวลาที่เราแต่งหน้าพลาดอีกด้วย

ในแง่ของการทำความสะอาด ถือว่าทำความสะอาดผิวได้อย่างดีพอสมควร สามารถพับเป็นมุมแหลมๆ เช็ดซอกซอนตามร่องขนตาได้ ใช้แทน Eye remover ได้เลย ทุกคุณสมบัติครบในแผ่นเดียว

วิธีการใช้ที่ถูกต้อง คือใช้เป็นขั้นตอนแรกของการทำความสะอาดผิว เช็ดลงบนผิวที่แห้งได้เลย และควรจะเปลี่ยนแผ่นใหม่ เมื่อแผ่นเดิมมีคราบเครื่องสำอางเต็มแผ่นแล้ว และให้เช็ดต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าที่จะไม่มีคราบเครื่องสำอางติดแผ่นทิชชูออกมา จากนั้นจึงไปล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่ล้างหน้าตามปกติ

ข้อควรระวังคือ ไม่ควรเช็ดถูหน้าแรงๆ เพราะจะให้ผิวแสบ แห้ง เป็นขุยและเกิดริ้วรอยได้

ผลิตภัณฑ์ชนิดที่ 2: Cleansing Water

เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวประเภทน้ำ ซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน เพราะไม่ทิ้งความมันเหนอะหนะไว้บนผิว และบางยี่ห้อมีการเคลมว่าแค่เช็ดอย่างเดียวก็จบไม่ต้องล้างน้ำก็ยังได้

วิธีการใช้คือ เทผลิตภัณฑ์ลงบนสำลีให้ชุ่ม แล้วเช็ดลงบนผิวหน้าที่แห้ง เช็ดและเปลี่ยนสำลีไปเรื่อยๆจนกว่า ผิวจะสะอาดคือไม่มีคราบเครื่องสำอางติดมาบนแผ่นสำลีอีก

Cleansing Water สามารถทำความสะอาดผิวได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถทำความสะอาดเครื่องสำอางชนิดกันน้ำสุดๆ และพวกมาสคาร่ากันน้ำได้อย่างหมดจด ดังนั้นถ้าใครแต่งตาและปากหนักๆ ควรจะใช้ Eye remover ทำความสะอาดตาและปากก่อน ถ้าใครใช้รองพื้นและ Primer ชนิด Full Coverage ก็อาจจะใช้ Cleansing Cream / Cleansing Oil ทำความสะอาดก่อน จากนั้นจึงใช้ Cleansing Water เช็ดซ้ำอีกทีก็ได้

ผลิตภัณฑ์ชนิดที่3 : Cleansing Gel

เป็น Cleansing ที่มีเนื้อเป็นลักษณะเจลสีขุ่นหรือใส สามารถแบ่งแยกย่อยได้อีกหลายประเภท ทั้งประเภทที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบมากเมื่อล้างน้ำแล้วกลายเป็นน้ำนม , แบบที่ไม่มีน้ำมันผสมหรือมีน้อย ไม่กลายเป็นน้ำนมเมื่อโดนน้ำ, แบบ 2 in 1 เมื่อโดนน้ำแล้วกลายเป็นโฟม สามารถล้างทำความสะอาดได้ในขั้นตอนเดียว

Cleansing ในตระกูลนี้ เหมาะกับคนที่แต่งหน้าแบบบางเบา หรือไม่แต่งหน้า และไม่สามารถทำความสะอาด Eye Makeup ได้อย่างหมดจด (คือทำความสะอาดได้บ้างแต่ไม่เกลี้ยง)

วิธีการใช้คือ นวดเจลลงบนผิวหน้าที่แห้ง จนเนื้อเจลหลอมรวมกับสิ่งสกปรก และมีลักษณะเหลวลงกว่าเดิม โดยใช้ผลิตภัณฑ์ทีละน้อย (1ปั้ม) ก่อน เมื่อรู้สึกว่านวดไปแล้วฝืดมือจึงค่อยๆเพิ่มผลิตภัณฑ์อีก เราไม่ควรจะนวดลงไปทั้งๆที่ผิวฝืด เพราะอาจจะทำให้ระคายผิว และเกิดริ้วรอยได้

ผลิตภัณฑ์ที่โดนน้ำแล้วกลายเป็นน้ำนม นั่นแปลว่ามีน้ำมันเป็นส่วนผสมค่อนข้างมาก เมื่อเจลหลอมตัวดีแล้ว ให้ใช้น้ำลูบบนใบหน้าและนวดต่อจนเจลกลายเป็นน้ำนมให้หมด แล้วจึงล้างหน้าจนไม่มีน้ำนมค้างบนผิว (ล้างไปนวดไป เพิ่มปริมาณน้ำไปเรื่อยๆ) จากนั้นจึงไปล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่ล้างหน้าตามปกติ ต้องนวดให้เจลกลายเป็นน้ำนมให้มากที่สุดและล้างน้ำนมออกให้หมด ไม่เช่นนั้นจะก่อให้เกิดการอุดตันของผิวได้
ผลิตภัณฑ์ที่โดนน้ำแล้วไม่กลายเป็นน้ำนม เมื่อเจลหลอมตัวดีแล้ว สามารถใช้น้ำล้างออกได้เลยไม่ต้องนวดซ้ำอีก เมื่อล้างเจลออกหมดแล้วจึงล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่ล้างหน้าตามปกติ
ประเภท 2 in 1 คือ ว่า Cleansing Gel ประเภทที่เมื่อโดนน้ำแล้วจะมีฟองกลายเป็นโฟมล้างหน้าได้ในขั้นตอนเดียว วิธีการใช้ก็คือ ใช้เจลนวดบนใบหน้าที่แห้งจนเจล หลอมตัวเอาสิ่งสกปรกออกมาดีแล้ว จึงลูบด้วยน้ำให้มีฟองจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำเปล่าตามปกติ แบบที่เราล้างหน้าธรรมดา เป็นอันเสร็จขั้นตอน
การที่เราจะรู้ได้ว่า Cleansing Gel ที่เรามีอยู่นั้นเป็นประเภทใด ให้สังเกตจากวิธีการใช้ที่บรรจุภัณฑ์นะคะ

ผลิตภัณฑ์ชนิดที่ 4 : Cleansing Milk / Cleansing Lotion

ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นเหมือนโลชั่น มีส่วนประกอบของน้ำมัน แต่ไม่ข้นจนถึงแบบครีม วิธีการใช้คือ ใช้ผลิตภัณฑ์นวดลงบนผิวหน้าที่แห้ง จนสิ่งสกปรกต่างๆละลายออกมา จากนั้นใช้สำลีแผ่นชุบน้ำบีบหมาดแล้วเช็ดคราบโลชั่นออก สามารถทำซ้ำได้อีกถ้ารู้สึกว่าในครั้งแรกยังสะอาดไม่พอ จากนั้นจึงไปล้างหน้าตามปกติ

เราใช้สำลีชุบน้ำหมาดในการเช็ดคราบโลชั่น เพื่อเป็นการขจัดคราบมันบางส่วนออกไป และป้องกันไม่ให้สำลีเป็นขุยติดหน้า ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้สามารถทำความสะอาดรองพื้นแบบบางเบา และ BBครีม CC ครีมได้ดี

ผลิตภัณฑ์ชนิดที่ 5 : Cleansing Cream

มีลักษณะคล้ายกับ Cleansing Milk / Cleansing Lotion แต่มีความเข้มข้นมากกว่าและมีส่วนประกอบของน้ำมันมากกว่า สามารถขจัดรองพื้นประเภทกันน้ำได้ดี วิธีการใช้ก็เป็นแบบเดียวกับ Cleansing Milk / Cleansing Lotion คือ ใช้ผลิตภัณฑ์นวดลงบนผิวหน้าที่แห้ง จนสิ่งสกปรกต่างๆละลายออกมา จากนั้นใช้สำลีแผ่นชุบน้ำบีบหมาดแล้วเช็ดคราบสิ่งสกปรกออก และสามารถทำซ้ำได้ เช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ชนิดที่ 6 : Cleansing Oil

เป็นผลิตภัณฑ์ Cleansing ที่มีเนื้อเป็นน้ำมันใสๆ โดยน้ำมันนี้จะมีส่วนประกอบของสารทีประเภท emulsifier ที่เป็นตัวกลางที่ทำให้น้ำรวมตัวกับน้ำมันได้ ดังนั้นการใช้ Cleansing Oil ล้างหน้า จึงมีความแตกต่างกับการใช้ Baby oil / น้ำมันมะพร้าว / น้ำมันงา ในการเช็ดคราบเครื่องสำอาง

ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้สามารถทำความสะอาดเครื่องสำอางได้ดีที่สุด แต่หลายๆคนมักไม่ชอบใช้ เพราะรู้สึกว่ามันคือน้ำมัน กลัวว่าจะเพิ่มความมันให้ผิว หรือกลัวว่าจะอุดตัน ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เขียนอธิบายถึงวิธีการใช้แบบละเอียดไปแล้ว คราวนี้จึงขออธิบายคร่าวๆดังนี้ค่ะ

วิธีใช้คือ ใช้ Cleansing Oil นวดลงบนใบหน้าที่แห้ง โดยสามารถนวดไปบนเปลือกตา เพื่อล้าง Eye makeup ชนิดกันน้ำต่างๆได้เลย แต่ต้องระวังไม่ให้เข้าตาเพื่อป้องกันการระคายเคือง เมื่อนวดหน้าจนสิ่งสกปรกออกมาแล้ว ให้ใช้น้ำลูบหน้าแล้วนวดจนน้ำมันกลายเป็นน้ำนมออกมาให้มากที่สุด จากนั้นใช้น้ำเปล่าล้างหน้าจนหมดคราบน้ำนม (เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด) แล้วจึงล้างหน้าได้ตามปกติ

Cleansing ชนิดที่ 1-5 นั้น หากมีการแต่งตา เราควรใช้ Eye remover ทำความสะอาดบริเวณตาออกก่อน เพราะด้วยตัว Cleansing เอง อาจทำความสะอาดได้ไม่หมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราแต่งตาแน่นแค่ไหนค่ะ

Credit https://www.beautysanta.com/คลีนซิ่งวุฒิศักดิ์/