ยาแก้ซึมเศร้า และผลข้างเคียง

ในคนปกติ เมื่อประสบกับความผิดหวัง, การสูญเสียอันเป็นสิ่งที่รัก, ความเจ็บป่วย หรือความล้มเหลว ย่อมรู้สึกเศร้าใจ และไม่ช้าก็ค่อย ๆ ดีขึ้น จนเป็นปกติ มีคนบางคนเมื่อประสบกับสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวมานี้ จะมีอาการเศร้าใจ, รู้สึกว่าตนเองไร้คุณค่า, รู้สึกว่าชีวิตชั่งโหดร้ายอยู่เช่นนั้นติดต่อกันเป็นเวลานาน จนอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายในที่สุด คนที่มีอาการเช่นนี้ เรียกว่า เป็นโรคซึมเศร้า

นอกจากอาการที่กล่าวมาแล้ว คนที่เป็นโรคซึมเศร้ายังมีอาการอื่น ๆ เช่น เบื่ออาหาร, น้ำหนักลด, นอนไม่หลับ, ปวดศีรษะเรื้อรัง, ขาดความสนใจสิ่งแวดล้อม, ตำหนิตนเองตลอดเวลา และความคิดอ่านเชื่องช้า เป็นต้น คนที่เป็นโรคซึมเศร้าอาจไม่ได้ป่วยเพราะสาเหตุจากปัจจัยภายนอก ดังเช่น การสูญเสีย, ความผิดหวัง หรือเหตุการณ์ใด ๆ อาการของโรคเกิดจากปัจจัยภายในตัวของเขาเอง ยาแก้ซึมเศร้าซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมาก ได้แก่ 1. อะมิทริพไทลีน ชื่อการค้า เช่น อะมิทิต (AMLTID), อะมิทริล (AMITRIL), อีลาวิล (ELAVIL) เป็นต้น
ผลข้างเคียง : ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการปากแห้ง, ปวดศีรษะ, ชอบกินของหวาน, เมื่อยล้า, อ่อนเพลีย
ชนิดที่พบบ่อยรองลงมา ได้แก่ อาการท้องเดิน, เหงื่อออกมากผิดปกติ, แสบร้อนยอดอก, นอนไม่
หลับหรืออาเจียน อาการข้างเคียงทั้งหมดนี้มักลดลงและหมดไป เมื่อร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับยาได้ โดยทั่วไปกิน
เวลาราว 2-4 สัปดาห์ ในระยะแรกที่เริ่มกินยาอะมิทริพไทลีน อาจมีอาการง่วงนอนตอนกลางวัน ดังนั้นไม่ควรขับขี่ยวดยานหรือทำงานกับเครื่องจักรกล เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หากในระหว่างกินยานี้เกิดมีอาการตาพร่ามัว, ท้องผูก, ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดปกติ, ปัสสาวะไม่ค่อยออก, ปวดลูกนัยน์ตา, ประสาทหลอน, มือเท้าสั่น, ชีพจรเต้นช้าผิดปกติ(น้อยกว่า 50 ครั้งต่อนาที) มีผื่นที่ผิวหนังและคัน, เจ็บคอและเป็นไข้ หรือตาเหลือง ตัวเหลืองต้องรีบปรึกษาแพทย์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth