แบงก์ชาติแจงปลอมแปลงธนบัตรรับโทษตาม กม.ปัจจุบัน

ธปท.ชี้แจงธนบัตร 5 ชนิดราคา ที่จะออกใช้ตั้งแต่วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ วันที่ 28 ก.ค.61 เป็นต้นไป จะใช้ข้อความว่า “การปลอมหรือแปลงธนบัตรเป็นความผิด ต้องระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญา” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับธนบัตรแบบใหม่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่งพิมพ์ออกมาให้ประชาชนใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา และมีการเขียนข้อความไว้ด้านหลังธนบัตร

ว่า “โทษฐานปลอมหรือแปลงธนบัตรคือจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกอย่างสูงยี่สิบปี หรือปรับอย่างสูงสี่หมื่นบาท”นั้น เป็นข้อความที่ผิดหลง เพราะเป็นอัตราโทษเก่า เนื่องจากตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 240 ที่มีการแก้ไขล่าสุดระบุโทษปรับไว้ว่า “ปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท” วันนี้ (2 พ.ค.61) เมื่อเวลา 21.23 น. รายงานข่าวจาก ธปท. ขอเรียนว่า ธปท.ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดพิมพ์ธนบัตรแบบใหม่ (แบบ 17) 5 ชนิดราคา เพื่อใช้เป็นธนบัตรหมุนเวียนทั่วไป โดยธนบัตรชนิดราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาท ได้เริ่มออกใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561 ทั้งนี้ ธนบัตรทุกแบบที่ออกใช้ก่อนหน้านี้ยังสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายโดยไม่มีการยกเลิกการใช้

นอกจากนี้ ธปท. ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า กระบวนการออกแบบและจัดพิมพ์ธนบัตรใหม่ต้องใช้เวลาเตรียมการล่วงหน้า ซึ่งกระบวนการจัดพิมพ์ธนบัตรแบบ 17 เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2559 จึงปรากฏข้อความเตือนระบุโทษการปลอมหรือแปลงธนบัตรตามกฎหมายข้อความเดิมเช่นเดียวกับธนบัตรส่วนใหญ่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ต่อมามีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (พ.ศ. 2560) ซึ่งได้ปรับปรุงโทษสูงสุดของการปลอมหรือแปลงธนบัตรจาก  สี่หมื่นบาทเป็นสี่แสนบาท ธปท. ขอเรียนว่าผู้ที่ปลอมหรือแปลงธนบัตรจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน

ในช่วงที่ผ่านมา ธปท. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อปรับแบบธนบัตรให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ออกมาใหม่ โดยธนบัตรทั้ง 5 ชนิดราคา (20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1000 บาท) ที่จะออกใช้ตั้งแต่วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป จะใช้ข้อความว่า “การปลอมหรือแปลงธนบัตรเป็นความผิด ต้องระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญา” แทนข้อความเดิมเพื่อให้สามารถรองรับการแก้ไขกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews